Author Topic: เตาเผาถ่านด้วยถัง 200 ลิตร ของกระทรวงพลังงาน  (Read 23523 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline เป้ (pronsatit)

  • เป้ คนทำถ่าน
  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • Posts: 353
  • การ์ม่า: +1/-0
  • Gender: Male
    • View Profile
    • บริษัท ไทยซูมิ จำกัด
    • Email
เตาเผาถ่าน กับ น้ำส้มควันไม้

เตาเผาถ่าน 200 ลิตรนั้น แยกประเภทออกเป็น 2 ชนิด คือ เตาเผาถ่านแบบตั้งหรือแบบปล่อยขนานข้างเตา และแบบนอน สามารถเผาถ่านได้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเตาเผาถ่านแบบดั้งเดิม ประมาณ 1.2 ? 1.5 เท่า เตาเผาถ่าน 200 ลิตร ใช้หลักความร้อนเป็นตัวไล่ความชื้น ดังนั้นถ่านที่ได้ออกมาจะมีคุณภาพ สารก่อมะเร็งต่ำ ขี้เถ้าน้อย และผลพลอยได้ที่ได้จากการเผาถ่านอีกอย่าง คือ ?น้ำส้มควันไม้ หรือ Wood Vinegar?




          น้ำส้มควันไม้ คือ ควันที่เกิดจากการเผาถ่านในช่วงที่ไม้กำลังเปลี่ยนเป็นถ่านเมื่อทำให้เย็นลงจนควบแน่น และกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ของเหลวที่ได้เรียกว่า ?น้ำส้มควันไม้? แต่ก่อนที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้ต้องพักทิ้งไว้ เป็นเวลา 3 เดือน ให้เกิดการตกตะกอน เมื่อเกิดการตกตะกอนแล้วจะแยกตัวออกเป็น 3 ส่วน ส่วนบนสุด คือน้ำมันเบา ชั้นกลางคือน้ำส้มควันไม้ และชั้นล่างที่ตกตะกอนคือน้ำมันทาร์ จากนั้นจึงทำการแยกส่วนที่เป็นน้ำส้มควันไม้ออกมาใช้ประโยชน์ต่อไป


          คุณประโยชน์ของน้ำส้มควันไม้ ไม่เพียงแต่ใช้ทำเป็นสารกำจัดศัตรูพืชเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆได้อีก เช่น ใช้เป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของพืช รักษาแผลสด แผลน้ำร้อนลวก ส่วนในด้านอุตสาหกรรม ใช้ในการผลิตสารดับกลิ่นตัว ใช้เป็นยารักษาโรคผิวหนัง
เหตุที่ต้องให้ความสำคัญกับน้ำส้มควันไม้ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาโดยไม่ต้องทำการลงทุนใดๆ เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นผลพลอยได้ ที่เกิดขึ้นจากการเผาถ่าน


ขั้นตอนกรรมวิธีในการเผาถ่านด้วยเตา 200 ลิตร มีดังนี้
          ลำดับแรกเริ่มจากการนำเชื้อเพลิงมาจุดไฟ ให้ความร้อนกระจายเข้าไปในเตา เพื่อไล่ความชื้นที่อยู่ในเตาและเนื้อไม้ออกไป ซึ่งในตอนแรกนี้ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ จะมีลักษณะเป็นสีขาวที่มีกลิ่นเหม็นของกรดประเภทเมธานอลในเนื้อไม้ เมื่อเผาถ่านได้สักพัก ควันจะเริ่มลดน้อยลงและเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเทา เมื่อควันเป็นสีเทาแล้วจึงค่อยๆลดเชื้อเพลิงลง เพราะต่อจากนี้ไม้ในเตาจะเริ่มคลายความร้อน จนทำให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น จากนั้นรักษาระดับของอุณหภูมิให้ได้ที่ 25 ? 120 องศาเซลเซียส รักษาระดับให้ได้นานที่สุด เพราะที่อุณหภูมิเท่านี้จะเป็นช่วงที่สารในเนื้อไม้ถูกขับออกมา เหมาะแก่การเก็บน้ำส้มควันไม้ที่สุด การปรับลดอุณหภูมิสามารถทำได้โดยเลื่อนช่องพื้นที่หน้าเตา ที่มีไว้เพื่อให้อากาศภายนอกเข้ามา ให้เริ่มสังเกตที่ควันอีกครั้งจะเริ่มเปลี่ยนจากสีเทาค่อยๆกลายเป็นสีน้ำเงิน จึงหยุดเก็บน้ำส้มควันไม้ หลังจากนั้นไม้ที่ทำการเผาจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นถ่าน ในจังหวะนี้ต้องเร่งอุณหภูมิให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สังเกตดูที่ควันอีกครั้งเมื่อควันสีน้ำเงินเปลี่ยนเป็นสีฟ้า แสดงถึงการที่ไม้เริ่มกลายเป็นถ่านเกือบหมดแล้ว และเมื่อเกิดควันใส ให้ทำการปิดปากเตา ปล่องไฟ และนำดินเหนียวมาอุดรูรั่วทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่มีอากาศไหลผ่านเข้าไปในเตาได้ จากนั้นเกลี่ยดินที่อยู่บริเวณหลังเตาออก เพื่อระบายความร้อน ทิ้งไว้ประมาณ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยให้ถ่านเย็นลงจึงนำออกมาใช้ได้


          การสังเกตจากสีของควันไฟ เพื่อให้ได้มาซึ่งถ่านหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือน น้ำส้มควันไม้ที่นำมาใช้แทนยาฆ่าแมลงที่เป็นพิษ แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านได้ใช้วิถีชาวบ้านโดยแท้ ในการผลิตสิ่งของเพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกต่อการดำรงชีวิตได้ โดยนำสิ่งรอบตัวมาทำการดัดแปลง ประยุกต์ โดยปราศจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย ปลอดจากเสียงรบกวนของเครื่องจักร หากแต่มีเพียงธรรมชาติที่ยั่งยืน ขอเพียงแค่มีธรรมชาติที่ถาวรอยู่กับชาวบ้าน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คงไว้ซึ่ง ?วิถีชาวบ้านที่แท้จริง?

กระบวนการทำงานโครงการวางแผนพลังงานชุมชน ทำงานอย่างไร

          บางท่านอาจพอทราบความเป็นมาของโครงการแผนพลังงานชุมชน(LEP) กันบ้างแล้ว ว่ามีความเป็นมา และมีวัตถุประสงค์อย่างไรในการดำเนินโครงการ ซึ่งหลักๆ ก็คือ การจัดการอย่างมีส่วนร่วม เพื่อความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาจากท้องถิ่น ชุมชน เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้ มีการจัดการอย่างเป็นระบบและถูกวิธี กว่าที่สิ่งเหล่านี้จะประสบความสำเร็จได้นั้น ก็ต้องผ่านขั้นตอน และกระบวนการต่างๆ มากมาย รวมไปถึงการวางยุทธศาสตร์ในการที่จะพัฒนาชุมชน เพื่อยกระดับขีดความสามารถและเพิ่มศักยภาพการจัดการพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม จึงขออธิบายขั้นตอนการทำงานของโครงการนี้ให้ได้ทราบกันว่ามีขั้นตอนอย่างไร


          การวางแผนพลังงานชุมชนนั้น ก่อนอื่นต้องเริ่มจากการให้ความรู้ความเข้าใจ แจกแจงวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของโครงการให้บุคลากรหรือคณะทำงานที่จะเข้าไปปฏิบัติงานจริงในพื้นที่เสียก่อน เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ ต่อมาก็ต้องมีการประชาสัมพันธ์โครงการให้กลุ่มเป้าหมายได้ทราบถึงประโยชน์และเงื่อนไขต่างๆ ในการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการ ก็คือ ชุมชนทั้งในระดับเทศบาล และระดับท้องถิ่น และทำการคัดเลือกชุมชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพโดยการจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่สำนักงานพลังงานภูมิภาค ซึ่งเป็นตัวแทนของกระทรวงพลังงานที่มีความเข้าใจและใกล้ชิดกับชุมชน ให้เป็น?นักวางแผนพลังงานชุมชน? และตัวแทนของชุมชนที่เข้าร่วมโครงการให้เป็น ?ผู้ช่วยนักวางแผนพลังงานชุมชน? เพื่อเป็นตัวแทนของชุมชนและเป็นสื่อกลางในการประสานงาน ก่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีต่อกัน และความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน


          เมื่อเราได้นักวางแผนพลังงาน และผู้ช่วยนักวางแผนมาแล้ว ก็จะมาช่วยกันวางแผนพลังงานชุมชน โดยการประชุมระดมสมองร่วมกัน ความสำเร็จของแผนงานก็จะมีองค์ประกอบที่สำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา/วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวกับพลังงานท้องถิ่น ทั้งเรื่องการบริโภคพลังงาน ราคาค่าพลังงาน ศักยภาพของแหล่งพลังงานทดแทน การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับท้องถิ่นไม่ซับซ้อนเกินไป และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือความพร้อมของประชาชนในท้องถิ่นนั้น


(ท่านสามารถติดตามรายละเอียดของการทำงานได้ในตอนต่อไป)

เรียบเรียงโดย
นางสาวธัญญารัตน์ คชารัตน์
นางสาวศศิธร ศรีสัมพันธ์

 ;) ;)

นำเข้ามาให้ดูกัน โดย เป้ ครับ

http://www.energy.go.th/MOEN/ActivityDetail.aspx?id=154
คิดดี ทำดี แล้วทุกอย่างจะดีเอง